ในวันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2552 ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ถึง 09.20 น. จะเกิดปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาเต็มดวง" ในครั้งนี้ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังจนทำให้ท้องฟ้ามืดลงจนสามารถมองเห็นดาวได้สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้จะมีช่วงเวลามืดเต็มดวงยาวนานที่สุด ระยะเวลาการเกิดคราสเต็มดวงครั้งนี้นานถึง 6 นาที 39 วินาที ถือว่านานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 เพราะนับจากปีนี้ไปอีก 123 ปี จึงจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานอีกครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง เส้นทางของคราสจะเริ่มต้นที่ประเทศอินเดีย ผ่านประเทศจีน เกาะเล็กๆ ทางใต้ของญี่ปุ่น และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงที่คราสเริ่มต้น และสิ้นสุดลง เราจะเห็นปรากฏการณ์ “ลูกปัดเบลี” และปรากฏการณ์ “แหวนเพชร” รวมถึงบรรยากาศของดวงอาทิตย์ในขณะที่ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังมืดมิดทั้งดวง เรียกว่า “คอโรนา” (Corona) เมื่อท้องฟ้ามืดอันเกิดจากสุริยุปราคาเต็มดวง เราอาจเห็นดาวเคราะห์และดาวฤกษ์หลายดวง เช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวซิริอุส เป็นต้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้มองเห็น เปลวสุริยะ (Prominence) เป็นพวยแก๊สพุ่งออกมาใกล้ขอบดวงอาทิตย์ ก็คือกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ แต่การจ้องมองดวงอาทิตย์ตรงๆ อาจมีอันตรายต่อสายตา ดังนั้น จึงควรมีอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันแสงอาทิตย์ เช่น กระจกรมควันดำ หรือ แว่นตาที่ผลิตขึ้นมาใช้ในการดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ในวันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2552 ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ถึง 09.20 น. จะเกิดปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาเต็มดวง" ในครั้งนี้ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังจนทำให้ท้องฟ้ามืดลงจนสามารถมองเห็นดาวได้สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้จะมีช่วงเวลามืดเต็มดวงยาวนานที่สุด ระยะเวลาการเกิดคราสเต็มดวงครั้งนี้นานถึง 6 นาที 39 วินาที ถือว่านานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 เพราะนับจากปีนี้ไปอีก 123 ปี จึงจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานอีกครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง เส้นทางของคราสจะเริ่มต้นที่ประเทศอินเดีย ผ่านประเทศจีน เกาะเล็กๆ ทางใต้ของญี่ปุ่น และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงที่คราสเริ่มต้น และสิ้นสุดลง เราจะเห็นปรากฏการณ์ “ลูกปัดเบลี” และปรากฏการณ์ “แหวนเพชร” รวมถึงบรรยากาศของดวงอาทิตย์ในขณะที่ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังมืดมิดทั้งดวง เรียกว่า “คอโรนา” (Corona) เมื่อท้องฟ้ามืดอันเกิดจากสุริยุปราคาเต็มดวง เราอาจเห็นดาวเคราะห์และดาวฤกษ์หลายดวง เช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวซิริอุส เป็นต้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้มองเห็น เปลวสุริยะ (Prominence) เป็นพวยแก๊สพุ่งออกมาใกล้ขอบดวงอาทิตย์ ก็คือกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ แต่การจ้องมองดวงอาทิตย์ตรงๆ อาจมีอันตรายต่อสายตา ดังนั้น จึงควรมีอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันแสงอาทิตย์ เช่น กระจกรมควันดำ หรือ แว่นตาที่ผลิตขึ้นมาใช้ในการดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น